อิทธิพลเชิงนวัตกรรมของระบบ Smart Vote ที่มีผลต่อประสิทธิภาพ

การจัดการเลือกตั้งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

THE INNOVATIVE INFLUENCE OF THE SMART VOTE SYSTEM

ON THE EFFICIENCY OF ELECTION MANAGEMENT

IN THE DIGITAL ECONOMY ERA

ว่าที่ร้อยตรี สาธิต  ดารา

ACT. SUB LT. SATIT DARA

อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ณัฐหทัย บรรจงจิตร

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก

Graduate students of Master of Arts Faculty of Liberal Arts, Krirk University

บทคัดย่อ

            การศึกษาเรื่อง “อิทธิพลเชิงนวัตกรรมของระบบ Smart Vote ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยเชิงนวัตกรรมของระบบ Smart Vote 2) ศึกษาระดับประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล และ 3) เปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยเชิงนวัตกรรมของระบบ Smart Vote จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน

            การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ซึ่งเป็นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก (Convenience Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว(One Way ANOVA) และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี Least Significant Difference (LSD)โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

            ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 20–29 ปี มีระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 15,001–30,000 บาท

            ผลการศึกษาปัจจัยเชิงนวัตกรรมของระบบ Smart Vote พบว่า ระบบมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและกระบวนการดำเนินงานในระดับค่อนข้างสูง โดยเฉพาะด้านความรวดเร็ว ความถูกต้อง และความสะดวกในการบริหารจัดการเลือกตั้ง ขณะที่ด้านการบริหารจัดการ การสร้างความเชื่อมั่น และการยอมรับของประชาชนยังอยู่ในระดับปานกลางถึงน้อย

            ผลการศึกษาประสิทธิภาพการจัดการเลือกตั้งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล พบว่า ระบบ Smart Vote สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านความรวดเร็วและความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้งได้อย่าง   มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในด้านความโปร่งใส ความคุ้มค่า และความเชื่อมั่นของประชาชนยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการยอมรับในการใช้งานอย่างยั่งยืน

            ผลการทดสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) พบว่า อายุ ระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน มีผลต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยเชิงนวัตกรรมของระบบ Smart Vote อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 ขณะที่เพศและอาชีพไม่มีผลต่อความคิดเห็นดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

            ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่า การนำระบบ Smart Vote มาใช้ในการจัดการเลือกตั้งในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลสามารถช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการเลือกตั้งได้ ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำ และการลดข้อผิดพลาดในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาความโปร่งใสของระบบ การสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน การส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเลือกตั้งเกิดประโยชน์สูงสุดและได้รับการยอมรับจากสังคมในระยะยาว

ข่าวสาร

สมัครเรียนปริญญาโท สมัครเรียนปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเกริก
สมัครเรียนปริญญาโท สมัครเรียนปริญญาเอก สาขาการจัดการองค์การยุคใหม่ M.O.M สาขาการบริหารการค้าและการเมือง อย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ TPS หลักสูตรได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(สปอว.) เป็นไปตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (Thai Qualification Framework: TQF)